การดูแลผู้ป่วยติดเตียงในระยะยาวต้องอาศัยความรู้ด้านการจัดท่าที่ถูกต้องและเทคนิคการเคลื่อนย้ายที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและส่งเสริมการฟื้นฟูสภาพของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อัมพาต อัมพฤกษ์ และผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาต่างๆ
บริการต่างๆ ของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ซิลเวอร์ เอซ เนอร์สซิ่งโฮม
วัตถุประสงค์ของการจัดท่าที่ถูกต้อง
การจัดท่านอนที่เหมาะสมมีจุดมุ่งหมายหลายประการ ได้แก่ การป้องกันภาวะแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อด้านที่เป็นอัมพาต การป้องกันการหดสั้นของเอ็นกล้ามเนื้อและข้อยึดติด การกระตุ้นให้ผู้ป่วยสนใจร่างกายซีกอัมพาต การป้องกันการเจ็บปวดที่ข้อไหล่และข้อมือ และการเตรียมความพร้อมสำหรับการฟื้นฟูต่อเนื่อง
การจัดท่านอนหงาย องค์ประกอบสำคัญการจัดท่านอนหงายเริ่มต้นจากการจัดศีรษะให้ตรง โดยใช้หมอนที่มีความสูงเหมาะสม ไม่เตี้ยหรือสูงเกินไป สำหรับส่วนแขนและไหล่ ควรจัดตัวให้ตรง กางแขนข้างอ่อนแรงออกเล็กน้อย ดึงสะบักมาทางด้านหน้า แล้วใช้ผ้าหรือหมอนบางรองใต้สะบัก
การรองหมอนใต้แขนข้างอ่อนแรงมีความสำคัญ โดยให้แขนเหยียดและกางออกเล็กน้อย หงายฝ่ามือขึ้น สำหรับส่วนสะโพกและขา ควรใช้ผ้าหรือหมอนบางๆ หนุนหรือวางใต้สะโพกด้านอัมพาต เพื่อกันไม่ให้เชิงกรานแบะออกไปด้านหลัง และรองหมอนใต้เข่าให้เข่างอเล็กน้อย
การจัดท่านอนตะแคง นอนตะแคงทับข้างที่ปกติ การจัดท่านอนตะแคงทับข้างที่ปกติเริ่มจากการรองหมอนที่ศีรษะให้เหมาะสม รองหมอนใต้แขนด้านที่อ่อนแรง โดยดึงสะบักผู้ป่วยไปด้านหน้าพร้อมกับกางแขนผู้ป่วยออก 90 องศา หมอนรองตลอดแขนจนถึงฝ่ามือ จัดท่าให้ศอกเหยียด สำหรับการจัดขา ให้รองหมอนใต้ขาข้างอ่อนแรงจนถึงฝ่าเท้า งอสะโพกและเข่าข้างอ่อนแรงเล็กน้อย ไขว้ไปทางด้านหน้า
นอนตะแคงทับข้างที่อ่อนแรง สำหรับท่านอนตะแคงทับข้างที่อ่อนแรง ควรดึงสะบักข้างอ่อนแรงมาทางด้านหน้า พร้อมกางแขนผู้ป่วยออกมาเล็กน้อย หงายฝ่ามือขึ้น รองหมอนใต้ขาข้างปกติถึงฝ่าเท้า งอสะโพกและเข่าไขว้ไปข้างหน้า ส่วนข้างอ่อนแรงงอเข่าเล็กน้อย เหยียดสะโพกไปข้างหลัง
การนั่งในเก้าอี้และท่าห้อยขา การจัดท่านั่งที่ถูกต้องมีความสำคัญไม่แพ้การนอน ควรให้ศีรษะตรง ไหล่อยู่ระดับเดียวกัน ไม่ปล่อยด้านอัมพาตบิดไปด้านหลัง ลำตัวตรง ลงน้ำหนักบนก้นเท่ากันทั้ง 2 ข้างวางแขนข้างอ่อนแรงบนหมอนข้างลำตัว หนุนให้สูงจนไหล่ข้างอ่อนแรงอยู่ในระดับเดียวกับข้างปกติ หากผู้ป่วยนั่งบนเก้าอี้ ให้วางแขนไว้บนที่พักแขน ถ้าที่พักแขนต่ำไป ให้ใช้หมอนรองอีกชั้นหนึ่ง สำหรับการจัดขาและเท้า ให้ขาทั้งสองข้างตั้งตรง จัดเท้าให้วางบนพื้นเต็มทั้งสองฝ่าเท้า ถ้าเก้าอี้สูงเกินไปจนเท้าลอย ให้หาตั่งเตี้ยๆ มารองจนสามารถวางฝ่าเท้าได้เต็มที่ทั้ง 2 ข้าง
การออกกำลังกายแบบผู้อื่นทำให้ การออกกำลังกายแบบ Passive Exercise มีข้อควรปฏิบัติสำคัญ คือการเคลื่อนไหวให้ผู้ป่วยควรทำช้าๆ และนิ่มนวล ควรทำการเคลื่อนไหวให้สุดช่วงการเคลื่อนไหวปกติ ทำท่าละ 15-20 ครั้ง อย่างน้อยวันละ 2 รอบ หากผู้ป่วยมีอาการปวดมาก ควรหยุดทำแล้วปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด และห้ามทำในกรณีที่สงสัยว่าข้อเคลื่อนหรือกระดูกหัก ท่าการออกกำลังกายพื้นฐานประกอบด้วย การยกแขนขึ้น-ลง การกางแขนออก-หุบแขนเข้า การหมุนข้อไหล่เข้า-ออก การงอเหยียดข้อศอก การงอเหยียดข้อมือและนิ้วมือ การงอเหยียดข้อสะโพกและข้อเข่า การหมุนข้อสะโพกเข้าออก การกางหุบข้อสะโพก และการกระดกข้อเท้าขึ้น-ลง
การฝึกย้ายตนเองอย่างปลอดภัย
การฝึกลุกนั่งจากเตียง การฝึกลุกนั่งจากเตียงเป็นขั้นตอนแรกของการฟื้นฟูสภาพ ผู้ดูแลควรกระตุ้นผู้ติดเตียงให้ใช้แรงที่มีอยู่ หากไม่ไหว ให้มีคนช่วยประคองคอกับสะโพก งอข้อต่อเพื่อลดแรง พลิกตัว ยันตัวประคองไหล่-ศอก และฝึกทรงท่านั่งอย่างน้อย 15 นาที
การฝึกลุกยืนหลังจากสามารถนั่งได้มั่นคงแล้ว จึงเริ่มฝึกลุกยืน โดยให้ยืนแยกเท้าสองข้าง ให้ทรงตัวได้นานอย่างน้อย 3 นาที มีเก้าอี้มั่นคงพร้อมยันมือได้ ผู้ดูแลประคองช่วยข้างที่อ่อนแรง แตะข้อสะบัก ข้อไหล่ และสะเอว
การย้ายตัวจากเตียงไปรถเข็นการย้ายตัวจากเตียงไปรถเข็นต้องใช้เทคนิคที่ถูกต้อง ผู้ดูแลโอบสะเอว งอเข่าผู้ดูแลชิดเข่าผู้ติดเตียง เท้าประกบให้มั่นคง ทั้งคู่ตั้งตัวตรงทรงตัวมั่นคง ผู้ติดเตียงโน้มชิดตัวจับที่วางแขนบนรถเข็น ผู้ดูแลหมุนข้อเท้า 2 จังหวะ คือจังหวะเหวี่ยงแขนที่โอบเอวกับจังหวะงอเข่าลดตัวผู้ติดเตียงลงรถเข็น
ข้อควรระวังในการดูแล
การดูแลผู้ป่วยติดเตียงต้องคำนึงถึงการป้องกันแผลกดทับ โดยการพลิกตะแคงตัวผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง จัดท่าผู้ป่วยให้เหมาะสม ป้องกันการเสียดสี โดยใช้ผ้ายกตัว ไม่ควรใช้วิธีลาก ดูแลผิวหนังทำความสะอาดไม่ให้เปียกชื้น และทาครีมหรือวาสลีนเพื่อลดการแห้งแตกของผิวหนัง
นอกจากนี้ ยังต้องป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น การติดเชื้อปอดจากการสำลักอาหาร การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และปัญหาท้องผูก โดยการส่งเสริมการเคลื่อนไหวเท่าที่ทำได้และให้อาหารที่มีไฟเบอร์
บทสรุป
การจัดท่าผู้ป่วยติดเตียงและการเคลื่อนย้ายที่ถูกต้องเป็นศิลปะและวิทยาศาสตร์ที่ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง การปฏิบัติที่ถูกต้องจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อน ส่งเสริมการฟื้นฟูสภาพ และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว การทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพและการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็นจะทำให้การดูแลมีประสิทธิภาพสูงสุด
เอกสารอ้างอิง
คู่มือการดูแลระยะยาว (Long Term Care) สำหรับทีมหมอครอบครัว. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: สำนักบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2559. หน้า 44-59.


